
ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในชมพูทวีป นามว่าเมืองมิถิลาอันรุ่งเรือง พระเจ้าวิเทหะทรงเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ประทับอยู่ ณ ราชอุทยานอันงดงาม ทรงโปรดปรานการเสด็จประพาสอุทยานเป็นยิ่งนัก
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงสำราญพระอิริยบถอยู่ใต้ร่มเงาของต้นสาละใหญ่ ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นต้นสาละต้นหนึ่งซึ่งออกดอกผลดกงามผิดปกติ ดอกของมันมีสีเหลืองทองอร่าม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ผลก็มีลักษณะกลมมน สีแดงเข้ม น่าลิ้มลอง พระองค์ทรงประหลาดพระทัยยิ่งนัก จึงตรัสถามเหล่าพราหมณ์ปุโรหิตและราชบัณฑิตถึงสาเหตุแห่งความมหัศจรรย์นี้
เหล่าพราหมณ์และบัณฑิตต่างก็พากันครุ่นคิด บางคนก็กราบทูลว่าอาจเป็นเพราะเทพยดามาบันดาล บางคนก็ว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของพราหมณ์ผู้ทรงศีลที่มาบำเพ็ญเพียรใกล้ๆ นั้น แต่ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้
พระเจ้าวิเทหะทรงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า “หากต้นไม้นี้มีอานุภาพจริง เราจะลองทดสอบดู” พระองค์จึงมีพระบัญชาให้เหล่าทหารนำผลสาละที่สุกงอมนั้นไปถวายแก่พระราชาผู้ทรงเป็นใหญ่ในแว่นแคว้นใกล้เคียง เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิตและทดสอบพยานุภาพของผลไม้นั้น
เหล่าทหารนำผลสาละไปถวายแด่พระราชาทั้งหลาย พระราชาเหล่านั้นเมื่อได้ลิ้มลองผลสาละอันหวานหอม ก็ทรงชื่นชมในรสชาติ และทรงเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแคว้นมิถิลา จึงทรงส่งทูตมาเจริญสัมพันธไมตรี
แต่แล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผลสาละหมดลงจากต้นนั้น ต้นสาละก็เหี่ยวเฉาไป เหล่าพราหมณ์และบัณฑิตก็พากันเดือดร้อน เพราะเชื่อว่าหากต้นสาละนี้เหี่ยวเฉาไป ความอุดมสมบูรณ์ของแว่นแคว้นก็จะพลอยสูญสิ้นไปด้วย
พระเจ้าวิเทหะทรงทอดพระเนตรเห็นความเดือดร้อนของเหล่าพสกนิกร จึงทรงมีพระดำริที่จะหาวิธีแก้ไข พระองค์ทรงระลึกถึงคำบอกเล่าของพราหมณ์ผู้หนึ่ง ซึ่งเคยกล่าวถึงต้นสาละวิเศษที่สามารถให้ผลได้ตลอดปี หากได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี
พระองค์จึงมีพระบัญชาให้เหล่าข้าราชบริพารออกสืบเสาะหาพราหมณ์ผู้รู้เรื่องต้นสาละวิเศษนั้น เมื่อสืบจนเป็นที่พอใจ ก็พบว่ามีพราหมณ์เฒ่าผู้หนึ่งนามว่า “ปิปผาลี” อาศัยอยู่ในป่าห่างไกลออกไป พราหมณ์ปิปผาลีผู้นี้เป็นผู้ที่เข้าใจธรรมชาติของต้นไม้เป็นอย่างดี และมีความรู้ในการดูแลรักษาต้นสาละวิเศษ
พระเจ้าวิเทหะทรงเสด็จไปนิมนต์พราหมณ์ปิปผาลีด้วยพระองค์เอง พราหมณ์ปิปผาลีเมื่อได้รับนิมนต์ ก็ถวายบังคมและกราบทูลว่า “ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ต้นสาละวิเศษนั้นจะออกดอกออกผลได้ตลอดปี หากได้รับการบำรุงรักษาด้วยน้ำที่มาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนี้ และต้องหมั่นรดน้ำพรวนดินอยู่เสมอ”
พระเจ้าวิเทหะทรงยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงมีพระบัญชาให้จัดหาน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มาให้พราหมณ์ปิปผาลีนำไปรดต้นสาละ และให้เหล่าคนสวนช่วยกันดูแลรักษาต้นไม้ตามคำแนะนำของพราหมณ์
เมื่อต้นสาละได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ก็กลับมาออกดอกออกผลดกงามอีกครั้ง และคราวนี้ก็ออกดอกออกผลตลอดทั้งปี ทำให้เมืองมิถิลาอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
พระเจ้าวิเทหะทรงเลื่อมใสในความรู้และความสามารถของพราหมณ์ปิปผาลีเป็นอย่างมาก จึงทรงแต่งตั้งให้พราหมณ์ปิปผาลีเป็น “มหาปิปผาลี” และมอบหมายให้ดูแลต้นสาละวิเศษนี้แต่เพียงผู้เดียว
เรื่องราวของมหาปิปผาลีและต้นสาละวิเศษได้เล่าขานสืบต่อกันมา เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความสำคัญของการเอาใจใส่ การดูแลรักษา และความรู้ความสามารถ ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา ก็ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกแก่ส่วนรวมได้
— In-Article Ad —
การเอาใจใส่และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
107เอกนิบาตสิริมานทกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติด้วย...
💡 ความเย่อหยิ่งและความดูหมิ่นผู้อื่นเป็นกิเลสที่อันตราย สามารถนำพาไปสู่ความตกต่ำได้ หากไม่หมั่นพิจารณาตนเองและปรับปรุงแก้ไข
80เอกนิบาตสัมพาหุชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายัง...
💡 ความฉลาดและปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย
89เอกนิบาตอัญชนิชาดกณ กรุงพาราณสีในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “อัญชนิฤาษี” ผู้ทรงบำเพ็ญพรตอย่างเคร...
💡 ความอดทน การควบคุมอารมณ์ และการมีเมตตาธรรม เป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง หากเราละเลยคุณธรรมเหล่านี้ เราก็จะประสบกับความเดือดร้อน การกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมาเสมอ
96เอกนิบาตมหาปังกาฬิกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงพระราชาผู้ท...
💡 การมีจิตคิดพยาบาทอาฆาต แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้ายได้ ควรหมั่นเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอ
74เอกนิบาตอสิสชาดก ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง นครสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าปเสนทิโกศล จอมกษัตริย์ผู้ทรงธ...
💡 การบูชายัญที่แท้จริงไม่ใช่การเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น แต่คือการบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ การให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญเมตตาธรรม
178ทุกนิบาตสิริปปุราณชาดก (เรื่องลิง) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์เจ้าของเราได...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความโลภและความประมาทอาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต ควรมีความรอบคอบในการกระทำ และใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ การมีเมตตาธรรมและรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
— Multiplex Ad —